
การปฏิรูประบบประกันสังคม สู่สวัสดิการถ้วนหน้า เริ่มต้นจากระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องยึดหลักการประชาธิปไตย ปลดล็อกการสกัดกั้นผู้ประกันตนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะเข้าไปทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานประกันสังคม ระบุระบบและวิธีการเลือกตั้งควรยึดแนวทางปี 2566 (จากหลักเกณฑ์เลือกตั้งปี 2564)
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาชน ในฐานะ อดีตที่ปรึกษาการเงินการคลัง คณะกรรมการประกันสังคม (ชุดเลือกตั้ง) เปิดเผยว่า ในฐานะที่เคยร่วมรณรงค์ให้เกิดระบบประกันสังคมในประเทศไทยสมัยเป็นผู้นำนักศึกษาเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว เวลานี้ได้มาถึงจุดสำคัญที่ระบบประกันสังคมต้องมีการปรับเปลี่ยนและการปฏิรูปครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ ระบบสวัสดิการสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในขณะนี้ มีเม็ดเงินภายใต้การบริหาร 2.8 ล้านล้านบาทมีความมั่นคงยั่งยืน เป็นหลักประกันให้กับผู้ประกันตนทุกคน การจะปฏิรูประบบประกันสังคมได้ต้องเริ่มต้นด้วยการมีระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมต้องยึดหลักการประชาธิปไตย เปิดกว้าง ไม่ใช่ออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นผู้ประกันตนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะเข้าไปทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานประกันสังคม เมื่อระบบและวิธีการเลือกตั้งที่ร่างขึ้นมาใหม่ในปี 2569 มีปัญหาในหลายส่วน เสนอให้กลับไปใช้ระบบและวิธีการเลือกตั้งแบบปี พ.ศ. 2566 จากหลักเกณฑ์เลือกตั้งปี 2564
รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวอีกว่า พรรคประชาชนมีนโยบาย มีการเตรียมร่างกฎหมายเพื่อให้ปรับเปลี่ยน “สำนักงานประกันสังคม” ให้ออกจากระบบราชการ เป็นองค์กรของรัฐ เป็นนิติบุคคลที่มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการโดยมีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ราชการและไม่ใช่รัฐวิสาหกิจเพื่อลดการแทรกแซงจากฝ่ายข้าราชการและการเมือง ที่บริหารโดยมืออาชีพ พร้อมทั้งกำหนดให้คณะกรรมการทุกคณะของสำนักงานประกันสังคมต้องยึดโยงกับผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้าง การจัดรูปองค์กรดังกล่าวของสำนักงานประกันสังคมจะทำให้สามารถดูแลเงินของผู้ประกันตน นายจ้าง เงินภาษีประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำกับตรวจสอบได้ดีขึ้น เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลมากขึ้น ลดการรั่วไหลทุจริตและใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาลสามารถดำเนินการให้เกิดขึ้นในทันที เพื่อปกป้องเม็ดเงินของผู้ประกันตนจากการใช้จ่ายเงินกองทุนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ หรือป้องกันไม่ให้มีการใช้จ่ายที่มีการทุจริตรั่วไหล รายได้ของระบบประกันสังคมนั้นมาจากการทำงานของผู้ประกันตนทุกคน ต้องทำให้ “กองทุนประกันสังคม” มีความมั่นคงเพื่อให้สามารถดูแลผู้ประกันตน ผู้ใช้แรงงาน ในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างยั่งยืน
รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้พรรคประชาชนยังมีแนวทางในการปฏิรูประบบประกันสังคม สู่ สวัสดิการถ้วนหน้า ด้วยการขยายความคุ้มครองประกันสังคมไปยังผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร เพื่อให้เกิดสวัสดิการถ้วนหน้าตั้งแต่เกิดจนถึงชราภาพและเสียชีวิต จาก ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอนนั่นเอง จากข้อมูลปี 2568 พบว่า เด็กปฐมวัยราว 1 ใน 5 คนเผชิญภาวะพัฒนาการล่าช้า โดยสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือ ความยากจน เด็ก 0-6 ขวบในประเทศไทยจำนวน 2 ใน 3 อาศัยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อยที่สุด ส่งผลให้ศักยภาพในการเลี้ยงดูและการลงทุนในเด็กต่ำอย่างมาก เด็กมีโอกาสที่จะมีภาวะโภชนาการต่ำ พรรคประชาชนเสนอการปฏิรูประบบเงินอุดหนุนเด็กปฐมวัยให้เป็น “แบบถ้วนหน้า” (Universal) เพื่อลงทุน เพิ่มเงินอุดหนุนเด็ก 0-6 ขวบเป็นแบบถ้วนหน้า 600 บาทต่อเดือน และทยอยเพิ่มเงินอุดหนุนไปอยู่ที่ 1,200 บาทต่อเดือนในปี พ.ศ. 2573 มาตรการนี้จะช่วยให้เด็กเล็กหลุดพ้นจากความยากจนจำนวน 63% ของจำนวนเด็กเล็กทั้งหมด และ ตนตั้งเป้าหมายว่า เราต้องทำให้เด็กเล็กหลุดพ้นจากความยากจนให้ได้มากกว่า 80% ในอนาคตเพื่อเราจะได้มี ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพมากขึ้น คนรุ่นใหม่ที่ขึ้นมาดูแลประเทศต้องมีคุณภาพสูงขึ้นในภาวะสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ
รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวว่า ควรมีการประกาศใช้สูตร Care ในการคำนวณบำนาญชราภาพโดยเร็วเนื่องจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตน ทำให้จ่ายบำนาญมีความเป็นธรรมมากขึ้น ผู้รับสิทธิประโยชน์จากบำนาญชราภาพในขณะนี้จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นทันที ในสังคมไทยนั้น เรามีผู้สูงอายุเพียงประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้นที่มีบำเหน็จบำนาญจากการทำงาน ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในการดำรงชีพหากแต่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุยังคงเป็นแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ ตั้งแต่เดือนละ 600-1,000 บาท พรรคประชาชนเสนอปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้าเป็น 1,000 บาทต่อเดือน และ ขยายเป็น 1,500 บาทต่อเดือนภายในปี 2573 ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพมากขึ้น
ส่วนการยกระดับสวัสดิการแรงงานนั้น ต้องเริ่มต้นให้ แรงงานทุกกลุ่มตั้งสหภาพแรงงานได้ โดยรัฐบาลต้องรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 แรงงานทั้งหมด 40 ล้านคน มีเพียง 5 แสนคนหรือ 1.5% ของกำลังแรงงานเท่านั้นที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก ส่งผลให้แรงงานจำนวนมากไม่มีอำนาจต่อรองเรื่องค่าแรง สวัสดิการและสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรมได้ โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มนั้นมีคุณภาพชีวิตถดถอยและไม่ได้รับสวัสดิการ ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้สามารถดูแลแรงงานแพลตฟอร์มได้ดีขึ้น โดยพรรคประชาชน มีแนวทางในการปรับสูตรคำนวณค่าแรงขั้นต่ำให้สะท้อนความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสอดคล้องกับค่าครองชีพ จำกัดเพดานชั่วโมงทำงานเพื่อให้มีความสมดุลในชีวิตและผู้ใช้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี หากทำงานมากกว่าเพดานชั่วโมงทำงานต้องได้รับค่าตอบแทนล่วงเวลาเพิ่มเติม


