Sunday, 25 January 2026 - 1:33 pm
spot_img
Sunday, 25 January 2026 - 13:33
spot_img

“ดร.อนุสรณ์” แนะบำนาญสูตร Care ต้องบังคับใช้โดยเร็ว ชี้ความยั่งยืนกองทุนชราภาพต้องการปฏิรูปต่อเนื่องตอบโจทย์สังคมสูงวัย 

“ดร.อนุสรณ์” แนะบำนาญสูตร Care ต้องบังคับใช้โดยเร็วเพื่อความเป็นธรรม 5.7 แสนคนได้ประโยชน์ทันที หลักประกันความยั่งยืนกองทุนชราภาพ คือ การปฏิรูปต่อเนื่อง ตอบโจทย์สังคมสูงวัย  ขยายสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมแรงงานทุกกลุ่ม เพิ่มเงินสมทบจากการขยายฐานสมาชิก เพิ่มเพดานค่าจ้างและเงินสมทบ  ทยอยเพิ่มอายุผู้มีสิทธิรับเงินบำนาญ เพิ่มอัตราผลตอบแทนการลงทุน ลงทุนส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค  การพัฒนาให้ “กองทุนประกันสังคม” เป็นเสาหลักของระบบสวัสดิการสังคมของไทย มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  “ระบบประกันสังคม” จะเป็นพื้นฐานในการประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็น “ระบบสวัสดิการถ้วนหน้า” ในอนาคต   

รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ทีมเศรษฐกิจ พรรคประชาชน และ  อดีตประธานคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุงสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพของผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 (เฉพาะกิจ) กล่าวว่า บำนาญสูตร Care ต้องบังคับใช้โดยเร็วเพื่อความเป็นธรรม การใช้บำนาญสูตร Care แทนการสูตรคำนวณแบบเดิมที่ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย จะทำให้ 5.7 แสนคนได้ประโยชน์ทันที กระบวนการในการพิจารณาบำนาญสูตร Care นั้นได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว รอประกาศบังคับใช้เท่านั้น ควรมีการประกาศใช้บำนาญสูตร Care โดยไม่ชักช้าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูประบบสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสังคมด้วย สูตรใหม่เมื่อมีการประกาศใช้ จะมีผู้ที่อยู่ในระบบบำนาญของสำนักงานประกันสังคมประมาณ 5.7 แสนคนได้บำนาญเพิ่มทันที ทำให้ คุณภาพชีวิตดีขึ้น สูตรบำนาญ Care ไม่ใช่เป็นการเพิ่มบำนาญ แต่เป็นการคำนวณให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น สูตรคำนวณบำนาญแบบใหม่ Care คือ คำนวณจากค่าเฉลี่ยของเงินสมทบตลาดอายุการทำงาน ทำให้ได้รับเงินบำนาญสอดคล้องกับเงินสมทบ หลังเกษียณแล้วได้รับบำนาญ 5 ปีก็คืนทุน การคำนวณบำนาญชราภาพตามสูตร Care ยังเป็นไปตามมาตรฐานประเทศพัฒนาแล้วอีกด้วย จึงไม่เห็นเหตุผลอะไรที่จะต้องดึงเรื่องให้ชักช้า นอกจากนี้ ขณะนี้เองได้มีปรับขึ้นเพดานค่าจ้างขึ้นไปแล้วและผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบจาก 750 บาทเป็นไม่เกิน 875 บาทต่อเดือนจากฐานเงินเดือน 17,500 บาทต่อเดือน ฉะนั้น การนำสูตร Care มาใช้พร้อมกับการปรับฐานเพดานค่าจ้างจะทำให้การบริหารเงินทุนไหลเข้าไหลออกลงตัวที่สุด และ ทำให้สามารถมีเงินทุนเพียงพอต่อการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆได้อีกในอนาคต 

กองทุนประกันสังคมนั้นถือเป็นเสาหลักของระบบสวัสดิการสังคมของประเทศ จัดตั้งมาเป็นเวลามาเกือบ 36 ปีแล้ว เป็นหลักประกันทางสังคมให้กับลูกจ้างผู้ประกันตน ช่วยทำให้เกิดเสถียรภาพต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม เงินสมทบของ 3 ฝ่าย ได้แก่ ลูกจ้าง นายจ้าง รัฐบาลได้ให้หลักประกันทางสังคมครอบคลุมสิทธิทั้งหมด 7 กรณี ได้แก่ ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยไม่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน (กรณีเจ็บป่วยเกี่ยวเนื่องกับการทำงานกองทุนเงินทดแทนจะเข้ามาดูแล) ทุพพลภาพ เสียชีวิต สิทธิประโยชน์คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร สิทธิประโยชน์ชราภาพและสิทธิประโยชน์ประกันการว่างงาน คุ้มครองดูแลผู้ใช้แรงงานทั้งหมดประมาณ 14 ล้านคน

รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวว่า ความวิตกกังวลเรื่อง อนาคตของกองทุนชราภาพในกองทุนประกันสังคมมีความเสี่ยงเรื่องความยั่งยืนทางการเงิน จะไม่สามารถจ่ายบำนาญได้ในอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ เพราะโครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงไป ประชากรในวัยทำงานจ่ายสมทบให้กองทุนลดลง ขณะที่สัดส่วนประชากรวัยชราที่ได้รับสิทธิบำนาญเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีเงินไหลออกหรือรายจ่ายบำนาญมากกว่า ไหลเข้า (เงินสมทบ) ความก้าวหน้าทางด้านสาธารณสุขและสุขภาพทำให้อายุเฉลี่ยของประชากรเพิ่มขึ้น ทำให้ ช่วงเวลาของการรับเงินบำนาญยาวขึ้น บางท่านได้รับสิทธิบำนาญยาวนานกว่าช่วงเวลาการจ่ายสมทบ โดยบำนาญอยู่ที่ 7,500 บาทต่อเดือน ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในหลายประเทศที่ผู้เชี่ยวชาญและองค์การแรงงานระหว่างประเทศหรือไอแอลโอ พยากรณ์ว่า หากไม่มีการปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ กองทุนชราภาพในกองทุนประกันสังคมจะไม่มีเงินจ่ายบำนาญให้กับผู้ประกันตนในปี พ.ศ. 2597 คือ อีก 30 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ สภาวะกองทุนชราภาพล้มละลายจะไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศที่มีการวางแผนล่วงหน้าไว้อย่างดี และมีการปฏิรูปกองทุนประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง การสร้างความยั่งยืนให้กับกองทุนชราภาพของกองทุนประกันสังคมนั้นไม่ได้เป็นเรื่องของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน หรือ ของรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว เป็นเรื่องของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันสร้างความยั่งยืน เพื่อให้กองทุนประกันสังคม มีความก้าวหน้า มีประสิทธิภาพ มีความยั่งยืน และครอบคลุมการให้หลักประกันและความมั่นคงในชีวิตให้กับผู้ใช้แรงงาน การปฏิรูปและการดำเนินการต่างๆนั้นจะอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างการให้บริการเชิงรุก (Modernized Service) ยุทธศาสตร์การสร้างพลังแห่งการขับเคลื่อนสู่องค์กรแห่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจและมีธรรมภิบาล (Trusted organization with good governance) ยุทธศาสตร์ การเพิ่มประสิทธิผลในการสร้างและเข้าถึงหลักประกันสังคมให้แก่แรงงาน ทุกกลุ่ม ทุกวัย (Effective Social Security System) ถ้ามีการออกกฎหมายและพัฒนาระบบและกลไกดีๆ ให้ สำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการ และ พัฒนาเป็น องค์กรของรัฐที่มีศักยภาพสูง บริหารด้วยมืออาชีพที่ยึดหลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร์ต่างๆเหล่านี้จะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และบรรลุเป้าหมายได้ดีขึ้น 

รศ. ดร. อนุสรณ์  กล่าอีกว่า การพัฒนาให้ “กองทุนประกันสังคม” เป็นเสาหลักของระบบสวัสดิการสังคมของไทย มีความสำคัญต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ จำเป็นต่อการรับมือความท้าทายจากปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันและอนาคต “ระบบประกันสังคม” จะเป็นพื้นฐานในการที่ประเทศไทยจะก้าวสู่การมี “ระบบสวัสดิการถ้วนหน้า” ในอนาคต ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ห่างไกลหากเปรียบเทียบกับประเทศยุโรปเหนือที่มีสัดส่วนภาษีต่อจีดีพีอยู่ที่ 35-48% (สัดส่วนภาษีต่อจีดีพีของไทยอยู่ที่ 14.6%) ส่วนรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมต่อจีดีพีของไทยอยู่ที่ 4.8% อยู่ในระดับต่ำกว่าเฉลี่ยเล็กน้อยเมื่อเทียบกันประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน แต่รายจ่ายสวัสดิการสังคมจะเป็นภาระทางงบประมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากสังคมผู้สูงวัย ขณะนี้ สัดส่วนรายจ่ายด้านสวัสดิการต่องบประมาณอยู่ที่ 20-23% สิ่งนี้ตอกย้ำชัดเจนว่า ทำไมเราต้องปฏิรูปรายได้ภาครัฐ ปฏิรูประบบภาษี ทำไมเราต้องให้เศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายสูงกว่าในระดับปัจจุบัน และ มีการกระจายรายได้ที่ดีกว่าเดิม

ทั้งนี้ การออกแบบให้ระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานให้มากที่สุดเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพื่อให้คนทำงานทุกท่านไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ แรงงานภาคเกษตรได้หลักประกันในชีวิตและความคุ้มครองทางสังคมจากระบบประกันสังคม ขณะนี้ มีคนทำงานประมาณ 59% ประมาณ 23.5 ล้านคน ที่อยู่นอกระบบหลักประกันทางสังคมของรัฐ คนเหล่านี้โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย แรงงานอิสระ แรงงานในภาคเกษตรกรรม แรงงานทำงานตามบ้าน เมื่อเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ต้องหยุดงาน จะเอารายได้มาจากไหน เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด มีปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้น จะเอารายได้จากไหนมาใช้สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เมื่อเข้าสู่วัยชราภาพแล้วจะเอารายได้และเงินที่ไหนมาดำรงชีพ สังคมไทยจะมีประชากรวัยชรายากจนไม่มีเงินออมแต่มีหนี้จำนวนมาก ระบบประกันสังคมจะช่วยบรรเทาปัญหาได้

สำหรับผู้ที่เป็นผู้ประกันตนอยู่แล้วตามมาตรา 33 ก็ดี มาตรา 39 ก็ดี มาตรา 40 ก็ดี จะพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้เพิ่มเติมอย่างไรได้บ้างโดยคำนึงถึงความยั่งยืนระยะยาวตามหลักการคณิตศาสตร์ประกันภัย การพัฒนาระบบประกันสังคมให้รองรับรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตตามพลวัตของธุรกิจอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี เราจะเห็น รูปแบบการจ้างงานที่มีลักษณะเป็น non-standard form of Work มากขึ้น พัฒนาโครงการเชิงนวัตกรรมรองรับรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไป ให้ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจแพลตฟอร์มหรือผู้ใช้บริการต้องร่วมจ่ายเงินสมทบกับคนทำงานให้แพลตฟอร์มเพื่อให้อาชีพอิสระที่ทำงานให้แพลตฟอร์ม เช่น ไรเดอร์ แรงงานสร้างสรรค์ที่ทำงานเป็นโครงการเป็นชิ้นงาน พนักงานขายอิสระออนไลน์ ได้รับการคุ้มครองทางสังคมด้วย  

รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ประกันตนที่มีรายได้สูงกว่าเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณสิทธิประโยชน์และเงินสมทบ เราควรมีการศึกษาวิจัยว่า จะให้มีจ่ายเงินสมทบในอัตราก้าวหน้าดีหรือไม่ รายได้สูง จ่ายเพิ่มเงินสมทบและได้สิทธิประโยชน์บำนาญเพิ่ม นอกจากนี้การขยายฐานสมาชิกผู้ประกันตนต้องทำประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพิ่มเพดานค่าจ้างและเงินสมทบ ทยอยเพิ่มอายุผู้มีสิทธิรับเงินบำนาญ ซึ่งอาจทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป การปรับเพดานเงินสมทบต้องมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะระดับเงินบำนาญ การบริการทางการแพทย์และการเพิ่มสิทธิรักษาแบบประคับประคอง สิทธิรักษาแบบประคับประคอง (Palliative Care) คือ การให้สิทธิประโยชน์เยียวยา กลุ่มลูกจ้างที่เจ็บป่วยร้ายแรงจนไม่สามารถทำงานได้หรือมีโอกาสเสียชีวิตสูง ส่งผลให้ครอบครัวขาดเสาหลักในการสร้างรายได้ ให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้

รศ. ดร. อนุสรณ์ แนะนำด้วยว่า อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้กองทุนประกันสังคมมีความยั่งยืน คือการปรับแนวทางการบริหารการลงทุนเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนของเงินกองทุนให้ขึ้นมาอยู่ในระดับเฉลี่ย 5% แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องการบริหารความเสี่ยง หากมีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด หรือเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ ต้องมีระบบและกลไกที่เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เนื่องจากการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดมีความซับซ้อนกว่าการลงทุนในสินทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาด จากการที่ไม่มีหน่วยงานทางการในการกำกับดูแลอย่างชัดเจน  

ขณะเดียวกัน การลงทุนส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้ผู้ประกันตนจะช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของกองทุนประกันสังคม การป้องกันการเกิดโรคมีต้นทุนระยะยาวที่ถูกกว่าการรักษาอย่างมาก ส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพของผู้ประกันตน ให้เกิดการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพและเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ด้านสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น พัฒนาระบบการพยากรณ์ด้านสุขภาพของผู้ประกันตนรายบุคคล ให้ทราบถึงสภาวะความเป็นไปได้ด้านสุขภาพ ส่งเสริมให้เกิดความตระหนักและใส่ใจดูแลป้องกันโรคร้ายแรงต่างๆด้วยการมีวิถีชีวิตและการดำเนินชีวิตที่ไม่สร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพ รัฐบาลควรมีแนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกองทุนสุขภาพ บูรณาการสิทธิประโยชน์และการบริการทางการแพทย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความซ้ำซ้อน ลดภาระทางการเงินการคลังของประเทศ  ประชากรในวัยทำงานของไทยลดลงอย่างต่อเนื่องและในอัตราเร่งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว มีผู้สูงวัยมากกว่า 20% วัยแรงงาน 62% และวัยเด็กเพียง 15% ประชากรในวัยทำงานปัจจุบันประมาณ 41-42 ล้านคน และ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ขณะนี้บางกิจการ บางอุตสาหกรรมสามารถทำการผลิตต่อไปได้โดยอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน บางอุตสาหกรรมปรับใช้เครื่องจักรอัตโนมัติ ระบบหุ่นยนต์และเอไอมากขึ้น พึ่งพิงแรงงานมนุษย์ลดลง และผลิตภาพเพิ่มสูงขึ้น การบูรณาการให้แรงงานต่างชาติเข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคมเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีสำคัญ สร้างความตระหนกรู้ให้ นายจ้างและลูกจ้างต่างชาติ ว่าเมื่อเข้าเป็นสมาชิกกองทุนประกันสังคมแล้วจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง

เวลาเราพูดถึงความยั่งยืนทางการเงินของระบบประกันสังคม ในมุมของผู้ประกันตน คือ การได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่คาดหวัง พอเพียง เหมาะสม ในมุมผู้จ่ายเงินสมทบ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง นายจ้าง หรือรัฐบาล คือ การส่งเงินสมทบที่ไม่สูงเกินไปจนเป็นภาระ หรือ ไม่ถูกปรับเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ในมุมของสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ความยั่งยืนทางการเงิน หมายถึง การทำอย่างไรให้ เกิดความสมดุลระหว่างเงินไหลออก (รายจ่าย) กับ เงินไหลเข้า (รายรับ) และป้องกันไม่ให้เกิดความรั่วไหลหรือขาดประสิทธิภาพ หรือ ป้องกันการนำเงินของผู้จ่ายเงินสมทบไปลงทุนผิดผลาดเสียหาย 

“คาดการณ์ว่าเงินในกองทุนนี้จะเพิ่มขึ้นสูงราว 6-8 ล้านล้านบาทในปี 2585 แต่หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่ขาลง ซึ่งอาจกลายอุปสรรคสำคัญในอนาคต ดังนั้นระบบประกันสังคมจึงมีความจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงและปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนฯ และไม่ให้กระทบคุณภาพชีวิตประชากรไทยหลายสิบล้านคน เพราะไม่เช่นนั้นก็จะกลายมาเป็นภาระของภาครัฐ ต้องปรับเป็นระยะ คือ อีกประมาณ 30 – 40 ปีข้างหน้า ก็อาจจะต้องปรับอีก หรือถ้าไม่ปรับอะไร รัฐก็ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ใส่เงินงบประมาณมาเพิ่ม หรือผู้ประกันตนในยุคนั้นก็ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ต้องจ่ายมากขึ้นเหมือนประเทศในยุโรป แต่ว่าระบบนี้ต้องอยู่ต่อไปเพื่อหลักประกันในชีวิตให้คนทำงานทั้งหลาย”กล่าวทิ้งท้ายรศ. ดร. อนุสรณ์

spot_img

LATEST NEWS