
BKIH เปิดผลประกอบการปี 2568 ฝ่ามหันตภัยแผ่นดินไหว-น้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ทำกำไรสุทธิกว่า 3,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีหุ้นละ 17.50 บาท จากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและทำลาย สถิติของกรุงเทพประกันภัย
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568 มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.03 และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.8 และคิดเป็นร้อยละ 59.4 ของกำไรสุทธิต่อหุ้น

ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลัก ของ BKIH ในปี 2568 มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท และแม้ต้องเผชิญ กับมหันตภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่รับประกันภัยจากภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้น ภาคใต้ กอปรกับมีต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย กรุงเทพประกันภัยยังสามารถ สร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และ ถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท และได้รับการ ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard & Poor’s (S&P)
“จากการเกิดแผ่นดินไหวเมื่อช่วงต้นปี 2568 บริษัทจ่ายค่าสินไหมในส่วนที่เป็นทรัพย์สินไปประมาณ 100 กว่าล้านบาท ที่เหลือเป็นของบริษัทประกันภัยต่อจากยอดจ่ายสินไหมรวมทั้งหมด 4,900 ล้านบาท และเหตุการณ์การน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้บริษัทจ่ายสินไหมส่วนที่ทรัพย์สินไปประมาณ 100 กว่าล้านบาท ในส่วนของรถยนต์จ่ายสินไหมไปประมาณ 150-160 ล้านบาท แต่ในปี 2568 บริษัทยังมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท”


