Friday, 15 May 2026 - 1:55 am
spot_img
Friday, 15 May 2026 - 01:55
spot_img

BPP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 กวาดกำไร 5,877 ล้านบาท พร้อมขยายโครงการแบตเตอรี่ในญี่ปุ่น เสริมความมั่นคงทางพลังงาน

•ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง มีกำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 924 จากการจำหน่ายสิทธิลงทุนบางส่วนของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ
•ขยายพอร์ตโฟลิโอระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ที่ญี่ปุ่นเพิ่ม 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการฮิโยชิบารุ (Hiyoshibaru) จังหวัดโออิตะ (Oita) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 80 เมกะวัตต์ชั่วโมง และโครงการนิกโกะ (Nikko) จังหวัดโทจิงิ (Tochigi) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 40 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 160 เมกะวัตต์ชั่วโมง เพื่อเสริมเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า และต่อยอดพอร์ตโฟลิโอพลังงานที่หลากหลายและยืดหยุ่น

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานระดับสากล รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 924 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้กำไรหลังหักภาษีจากการจำหน่ายสิทธิการลงทุนร้อยละ 25 ใน BKV-BPP ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I & II ในสหรัฐฯ จำนวน 4,653 ล้านบาท ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,224 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 113 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน โดยเฉพาะธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่น

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวว่า “แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะจาก AI และ Data Center กำลังผลักดันให้ระบบพลังงานต้องอาศัยทั้งแหล่งผลิตไฟฟ้าที่หลากหลาย และโครงข่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและความยืดหยุ่นสูงขึ้น ขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก บริษัทฯ จึงมุ่งสร้างพอร์ตโฟลิโอพลังงานที่สมดุลและมีความยืดหยุ่น (Balanced and Resilient Portfolio) ครอบคลุมทั้งพลังงานพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน ภายใต้ ‘Power+’ (กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ของกลุ่มบ้านปู ปัจจุบันเรามีโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั้งที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาในตลาดยุทธศาสตร์ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐฯ และล่าสุดได้ลงทุนโครงการ BESS ในญี่ปุ่นเพิ่มอีก 2 โครงการ สอดคล้องกับตลาด BESS ญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 13.2%** พร้อมตั้งเป้าขยายความจุพลังงานรวมในญี่ปุ่นเป็น 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง ภายในปี 2573 ขณะเดียวกัน การจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนใน BKV-BPP ยังช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง เพื่อรองรับโอกาสการลงทุนใหม่ในอนาคต”

BPP มีไฮไลต์การดำเนินงานที่สำคัญ ในไตรมาส 1 ปี 2569 ดังนี้

•การผลิตไฟฟ้า (Energy Generation): โรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในจีน สร้างผลกำไรต่อเนื่อง จากการบริหารต้นทุนถ่านหินอย่างมีประสิทธิภาพและการขายสิทธิจากการลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) ที่เพิ่มขึ้น สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) จินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) กำลังการผลิต 120 เมกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ กำลังไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ ความจุพลังงาน 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่จีนยังเดินหน้าตามแผน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2569
•การกักเก็บพลังงาน (Energy Storage): ขยายพอร์ตโฟลิโอระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ประสิทธิภาพสูงในญี่ปุ่น โดย 2 โครงการใหม่ประกอบด้วย โครงการฮิโยชิบารุ (Hiyoshibaru) ที่จังหวัดโออิตะ (Oita) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 80 เมกะวัตต์ชั่วโมง และโครงการนิกโกะ (Nikko) ที่จังหวัดโทจิงิ (Tochigi) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 40 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 160 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2572 ตามลำดับ
•การซื้อขายพลังงาน (Energy Trading): มีปริมาณการขายไฟรวม 1,415 กิกะวัตต์ชั่วโมงในญี่ปุ่นจากลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน 3,000 ราย

ปัจจุบัน BPP อยู่ระหว่างกระบวนการรับซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านการควบบริษัท (Dissenting Shareholders) ระหว่างวันที่ 6-19 พฤษภาคม 2569 จากนั้นบริษัทจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมของบริษัทฯ และบ้านปู (Joint Shareholders’ Meeting) เพื่อพิจารณาวาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการควบบริษัท ก่อนดำเนินการจัดตั้งบริษัทใหม่และนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในไตรมาส 3 ปี 2569

“ภายหลังการดำเนินการควบบริษัทแล้วเสร็จ BPP จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทใหม่ ตามกลยุทธ์การเติบโตของกลุ่มบ้านปู ผ่านการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า การกักเก็บพลังงาน และการซื้อขายพลังงาน รวมถึงการต่อยอดสู่โอกาสการลงทุนด้านพลังงานแห่งอนาคต เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม B2B และ B2G พร้อมสร้างการเติบโตในระยะยาวและส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม” นายอิศรา กล่าวปิดท้าย

spot_img

LATEST NEWS