Tuesday, 1 September 2026 - 1:28 pm
spot_img
Tuesday, 1 September 2026 - 13:28
spot_img

“พลังงาน” ลุย “สงขลา” ตรวจเยี่ยมสถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะของ กฟผ. อัพเดทระบบสแตทคอมรองรับการซื้อไฟฟ้าสะอาด พร้อมบุก TTM ยกระดับความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้

“พลังงาน” ลงพื้นที่ “สงขลา” ตรวจเยี่ยมสถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะของกฟผ. อัพเดทระบบสแตทคอมรับซื้อไฟฟ้าสะอาดจากหลังคาบ้านประชาชน ช่วยให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานให้เสถียร พร้อมบุกโรงแยกก๊าซ TTM ยกระดับความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้ เชื่อมโยง “ไทย-มาเลเซีย” สู่โครงข่ายพลังงานอาเซียน

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 กระทรวงพลังงานนำโดย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานสถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตำบลปริก อำเภอสะเดา ซึ่งเป็นศูนย์กลางโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงของภาคใต้ และจุดเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทย – มาเลเซีย รวมทั้งได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท Trans Thai-Malaysia (Thailand) จำกัด ที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนี้เป็นการติดตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่มีการขยายตัวทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว รวมถึงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสถานีไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรงคลองแงะ จังหวัดสงขลา เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมโยง และส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าระหว่างพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงรองรับการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าระหว่างประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย ที่มีการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันตั้งแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบัน

ระบบเชื่อมโยงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าและสามารถช่วยเหลือกัน เป็นกำลังไฟฟ้าสำรองในยามฉุกเฉิน นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าแล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานในระดับภูมิภาค โดยระบบเชื่อมโยงไฟฟ้าไทย-มาเลเซียถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าในระดับอาเซียน ภายใต้โครงการ Lao PDR-Thailand-Malaysia-Singapore on Power Integration Project (LTMS-PIP) สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางพัฒนาระบบไฟฟ้า และเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน

ด้านนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การลงพื้นที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรงคลองแงะในครั้งนี้ เพื่อมาตรวจติดตามการลงทุนติดตั้งระบบปรับปรุงเสถียรภาพไฟฟ้าในสายส่ง หรือระบบสแตทคอม ซึ่งถือเป็น 1 ใน 5 แห่งทั่วประเทศ ที่จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่น รองรับการรับซื้อไฟฟ้าสะอาดจากหลังคาประชาชนตามนโยบายที่รัฐบาลตั้งใจผลักดัน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ในการยกระดับโครงข่ายระบบไฟฟ้าให้มีความทันสมัย

“สถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะแห่งนี้ ยังเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญภายใต้ความร่วมมือด้านไฟฟ้าสี่ฝ่ายระหว่าง สปป.ลาว ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีในการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ให้เป็นรูปธรรม ช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไม่ใช่แค่ระดับประเทศ แต่ครอบคลุมถึงระดับภูมิภาค และในอนาคตประเทศไทยยังมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าต่อไปยัง เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม ได้อีกด้วย

กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความมั่นคง มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วยบริหารจัดการระบบ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว” นายพงศ์พล กล่าว

และในช่วงบ่าย คณะได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัท Trans Thai-Malaysia (Thailand) จำกัด หรือ TTM อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ และเป็นโครงการความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของทั้งสองประเทศ ซึ่งการลงพื้นที่ในวันนี้มีความสำคัญต่อกระทรวงพลังงานในการติดตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อทั้งความมั่นคง และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ และสามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น การบริหารจัดการพลังงานจึงต้องให้ความสำคัญทั้งด้านการจัดส่งพลังงาน ความต่อเนื่องของระบบ เทคโนโลยี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีเสถียรภาพ

นอกจากการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว ปัจจุบัน TTM กำลังเดินหน้าปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกพลังงาน โดยมุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน หรือ “Infrastructure Provider” ไปสู่การเป็น “Value Creator” ด้วยการนำสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่มาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านในอนาคต โดยปัจจุบัน TTM เดินหน้าพัฒนาโครงการสำคัญ (Growth Initiatives) ได้แก่ โครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาด 5.2 เมกะวัตต์ เป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้มากขึ้น โครงการเพิ่มมูลค่าจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ (GSP Value Added Project) มุ่งเพิ่มการใช้ประโยชน์จากโรงแยกก๊าซและสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม โครงการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ (CYCLOCAP Pilot Project) และการศึกษาโอกาสพัฒนาธุรกิจไบโอมีเทน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคต

“ทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศไทยในระยะต่อไป ไม่ได้มองเพียงเรื่องการมีพลังงานเพียงพอเท่านั้น แต่ต้องสร้างระบบพลังงานที่มีความมั่นคง มีความยืดหยุ่น และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ทั้งด้านพลังงานสะอาด เทคโนโลยี การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจรูปแบบใหม่ จึงเป็นการสร้างระบบพลังงานที่มีความมั่นคง และสามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว” นายประเสริฐ กล่าว

spot_img

LATEST NEWS