Monday, 26 October 2026 - 3:40 am
spot_img
Monday, 26 October 2026 - 03:40
spot_img

เตือนไทยรับมือวิกฤตพลังงานระลอกใหม่ ชงปฏิรูปใหญ่ทลายผูกขาด-แนะรัฐอัด 2 แสนล้านยกสังคายนาโครงสร้าง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนสังคมไทยเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตพลังงานรุนแรงระลอกใหม่ เสนอทางรอดด้วยการปฏิรูปตลาดพลังงานทั้งระบบ ทลายการผูกขาดพร้อมเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าอย่างเป็นธรรม พร้อมแนะรัฐบาลเร่งนำเงินกู้ 2 แสนล้านบาทปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานเชิงรุก เพิ่มสำรองน้ำมัน และปรับเกณฑ์กองทุนน้ำมันฯ ที่กำลังขาดทุนหนัก โดยอาจต้องลดภาษีสรรพสามิตหากจำเป็น ควบคู่การรณรงค์ประหยัดพลังงานทุกภาคส่วน และปรับมาตรการอุ้มกลุ่มเปราะบางให้ตรงจุด

รศ.ดร อนุสรณ์ ธรรมใจ รองประธานกรรมาธิการ การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ พรรคประชาชน กล่าวว่า วิกฤตการณ์พลังงานรุนแรงระลอกใหม่เกิดขึ้นแล้ว จะยืดเยื้อแค่ไหนยังไม่สามารถประเมินได้ชัดเจนตอนนี้ สิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การปฏิรูปตลาดพลังงานทั้งระบบ ทลายการผูกขาดและเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าอย่างเป็นธรรม ปรับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพิงพลังงานฟอสซิลน้ำมันและก๊าซธรรมชาติลง ค่อยๆปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานซึ่งเป็นภาคการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนสูงสุด การปลดระวางโรงงานถ่านหินสามารถระดมทุนจากนักลงทุนต่างประเทศโดยเฉพาะจากบรรดานักลงทุนที่ต้องลดปัญหาโลกร้อนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สามารถตั้งเป็น Green Climate and Energy Transition Fund เพื่อรองรับแรงงานและภาคธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากการทยอยปิดโรงงานไฟฟ้าถ่านหิน

การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในการผลิตและส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในซาอุดิอารเบียก็ดี ในรัสเซียก็ดี จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เดิมนั้น ผู้ที่กำหนดราคาน้ำมันที่แท้จริง คือ บริษัทยักษ์ใหญ่น้ำมันของชาติตะวันตก คือ บริษัท 7 นางสิงห์(The Seven Sisters) ดั้งเดิม ExxonMobil Chevron BP Shell เป็นต้น ตอนหลังบริษัทเหล่านี้ ก็ควบรวมกันอีก อำนาจในการกำหนดราคาน้ำมันโลกของบริษัท 7 นางสิงห์ดั้งเดิมในช่วง ค.ศ. 1940-1980 เกิดจากการผูกขาดเทคโนโลยีและเงินทุน และเข้าไปทำสัมปทานผูกขาดในประเทศที่มีน้ำมันมหาศาลในตะวันออกกลางและอเมริกาใต้ กลุ่มนี้เคยควบคุมปริมาณสำรองและผลผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกมากกว่า 80% ของตลาดโลก ต่อมา อำนาจผูกขาดเบ็ดเสร็จนี้สั่นคลอนลงจากการเกิดขึ้นของกลุ่ม OPEC และยึดสัมปทานคืนของบางประเทศอย่าง เวเนซูเอลา อิหร่าน อิรัก ต่อมา ได้เกิดกลุ่ม 7 นางสิงห์ยุคใหม่ (The New Seven Sisters – Saudi Aramco ของซาอุดิอารเบีย, Gazprom ของรัสเซีย, CNPC ของจีน, NIOC ของอิหร่าน PDVSA ของ เวเนซูเอลา Petrabas ของบราซิล Petronas ของมาเลเซีย) 3 ใน 7 นางสิงห์ยุคใหม่

รศ.ดร อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า 3 ใน 7 นางสิงห์ยุคใหม่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางและยุโรป การผลิตและส่งออก Saudi Aramco บริษัทพลังงานแห่งชาติของซาอุดิอารเบีย Gazprom ของ บริษัทน้ำมันของรัสเซีย และ NIOC ของอิหร่าน มีปัญหาชะงักงันจากการขยายวงของสงคราม สงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลางเกิดจากเหตุปัจจัยหลายเรื่อง แต่ล้วนเกี่ยวโยงกับ ผลประโยชน์ของธุรกิจพลังงานและน้ำมัน ทั้งสิ้น ทางออกของเรา คือ การสร้างอธิปไตยและความมั่นคงทางด้านพลังงานของไทยเอง ไม่เช่นนั้น ความผันผวนของราคาน้ำมันจะกระทบต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างรุนแรง รัฐต้องเร่งนำเงินกู้ 2 แสนล้านบาทปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานเชิงรุก ต้องเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันมากกว่า 100 วัน การปรับเกณฑ์และโครงสร้างกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ขณะนี้เงินกองทุนน้ำมันขาดทุนหนัก อาจต้องพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันหากจำเป็นแต่ต้องระวังข้อจำกัดทางการคลัง แยกบัญชีน้ำมันและก๊าซ LPG และลดการอุดหนุนข้ามกลุ่ม ปรับเปลี่ยนนโยบายการแทรกแซงราคา ลดการชดเชยราคาทุกกลุ่มเพื่อป้องกันกองทุนน้ำมันฯ ติดลบเพิ่มจนรัฐบาลต้องเข้าค้ำประกันจนนับเป็นหนี้สาธารณะเพิ่มเติม เปลี่ยนไปใช้ระบบช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มผ่านบัตรสวัสดิการพลังงานหรือคูปองส่วนลด ปรับลดอุณหภูมิแอร์เป็น 26–27°C, ปิดไฟหรือถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น, ส่งเสริมการทำงานจากบ้าน และการประชุมผ่านระบบ Video Conference การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดผ่านกลไกการเงินและปรับเปลี่ยนการบริหารระบบพลังงานของไทยให้มีธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้

รศ.ดร อนุสรณ์ กล่าวว่า ต่อไปการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิส น้ำมัน ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติจะแพงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งต้นทุนโดยตรงและต้นทุนต่อสิ่งแวดล้อม ต้องปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาดทางเลือก ต้องลดอำนาจผูกขาดในตลาดพลังงานไฟฟ้า เพิ่มการแข่งขัน ทำให้ระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดถูกลงอย่างชัดเจน โดยสามารถเดินหน้าวางรากฐานด้านกฎระเบียบเพื่อเปิดเสรี โดยแยกบทบาทดูแลระบบโครงข่ายไฟฟ้าและการจำหน่ายไฟฟ้าออกจากกัน พร้อมทั้งดำเนินการให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเลือกซื้อไฟฟ้าได้อย่างอิสระและทดลองตลาดไฟฟ้าเสรีในบางพื้นที่ ต้องดำเนินการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะหรือสมาร์ตกริดก่อนจะเดินหน้าสนับสนุนผู้ผลิตรายย่อยพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยหรือครัวเรือนต่างๆ การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าก่อนจะทำให้มีระบบรองรับการผลิตไฟฟ้าเพื่อขายเข้าสู่ระบบ พัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังสะอาดหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน ทำให้ตลาดไฟฟ้าเป็นตลาดเสรี กลไกเหล่านี้จะทำให้ครัวเรือนสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ แบตเตอรีหรืออุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าได้ ระบบและกลไกเหล่านี้ต้องทำให้ค่าไฟฟ้าใหม่ต้องไม่สูงกว่าค่าไฟฟ้าเดิม ไม่เพิ่มภาระรายจ่ายให้ครัวเรือน

รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ต้องมีมาตรการสนับสนุน SMEs และภาคเอกชน ช่วยเหลือเงินทุนในการปรับตัว ลดต้นทุนการทำ Carbon Footprint และส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และภาคธุรกิจ SMEs ของรัฐบาลเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตการณ์พลังงานแพงที่เกิดขึ้น มีหลักเกณฑ์และรายละเอียดที่แบ่งแยกเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจน รัฐบาลเน้นบรรเทาภาระค่าครองชีพโดยตรงแบบมุ่งเป้า เพื่อลดความบิดเบือนของกลไกตลาดและป้องกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบเพิ่มขึ้น โดยมีแนวทางหลักดังนี้: อาจต้องพิจารณามาตรการลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อยด้วยการอุดหนุนหรือชดเชยราคาค่าน้ำค่าไฟฟ้า ค่าขนส่งรถสาธารณะ ช่วยเหลือ เกษตรกรรายย่อยผ่านมาตรการพยุงราคาปุ๋ย ชดเชยราคาน้ำมันและพลังงานเพื่อใช้ผลิตในภาคเกษตรกรรม จัดสรรราคาน้ำมันดีเซลให้กลุ่มประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์เพื่อช่วยพยุงต้นทุนการออกเรือหาปลา ป้องกันราคาอาหารทะเลขาดแคลนหรือพุ่งสูง มาตรการเฉพาะสำหรับภาคธุรกิจและ SMEs เพิ่มเติมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อปล่อยกู้ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs นำไปใช้หมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง หรือปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกิจการ เพิ่มมาตรการอุดหนุนภาคขนส่งและโลจิสติกส์ด้วยคูปองเติมน้ำมัน เพื่อควบคุมไม่ให้ต้นทุนค่าขนส่งสะท้อนไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมากเกินไป

LATEST NEWS