
กทพ. เปิดตัวบริการใหม่ “EXAT Rescue Training Center” ให้บริการด้านศูนย์ฝึกอบรมการกู้ภัยและความปลอดภัยของ กทพ. ภายใต้แนวคิด “READY BEFORE THE EMERGENCY : พร้อมก่อนเกิดเหตุ” ชูจุดขายความเชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยและเผชิญเหตุฉุกเฉินบนทางพิเศษ เปิดหลักสูตรอบรมด้านกู้ภัยแก่พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงาน องค์กรและภาคประชาชนให้กู้ภัยได้เองอย่างเป็นมืออาชีพและปลอดภัย

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดตัวบริการใหม่ “EXAT Rescue Training Center” ภายใต้โครงการผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง “กิจกรรมบริการศูนย์ฝึกอบรมการกู้ภัยและความปลอดภัยของ กทพ. อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “READY BEFORE THE EMERGENCY : พร้อมก่อนเกิดเหตุ” เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569

โดยนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดตัวบริการใหม่ “EXAT Rescue Training Center” ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กทพ. ได้ปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยบนโครงข่ายทางพิเศษและเผชิญเหตุฉุกเฉินหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง เพลิงไหม้ยานพาหนะ เหตุสารเคมีรั่วไหล การกู้ชีพฉุกเฉินและการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุบนทางพิเศษ ทำให้สั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงอย่างต่อเนื่อง กทพ. จึงได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวมาต่อยอดสู่การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมในรูปแบบ “อบรมจริง ฝึกจริง โดยทีมกู้ภัยของ กทพ. ที่มีประสบการณ์จริงจากเหตุฉุกเฉินบนทางพิเศษ” เพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านการกู้ภัยและความปลอดภัยให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการและจัดกิจกรรมฝึกอบรมด้านการกู้ภัยและความปลอดภัย ภายใต้กฎหมาย มาตรฐาน และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมหลักสูตรการดับเพลิงขั้นต้น การฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ตลอดจนหลักสูตรด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ตามที่ กทพ. กำหนด เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานการกู้ภัยและความปลอดภัยของประเทศ พร้อมทั้งต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์ขององค์กรไปสู่การสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร

สำหรับบริการใหม่ “EXAT Rescue Training Center” นี้เป็นการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ภายใต้การดำเนินงานของฝ่ายพัฒนาธุรกิจและรายได้ของ กทพ. โดยมีจุดเด่นคือการผสานองค์ความรู้ตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางกฎหมายเข้ากับการฝึกปฏิบัติจริงผ่านสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์จริง อาทิ การใช้ถังดับเพลิง การฝึกอพยพหนีไฟ การปฐมพยาบาลและช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (Cardiopulmonary Resuscitation: CPR) รวมถึงการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งหลักสูตรต่าง ๆ ดำเนินการโดยทีมวิทยากรและเจ้าหน้าที่กู้ภัยของ กทพ. ซึ่งได้รับใบอนุญาตจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติภารกิจจริงทั้งด้านการกู้ภัย การดับเพลิง และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

“การทางพิเศษฯ เรามีความเชี่ยวชาญในด้านการกู้ภัยอยู่แล้ว ซึ่งแต่ละปีเราประสบเหตุประมาณ 20,000 ครั้ง และจะเห็นได้ว่าภัยหรืออุบัติภัยมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น ปัจจุบันเรามีรถ EV เพิ่มมากขึ้น ขณะที่การดับเพลิงยังทำได้ยาก และต้นทุนของการทางฯ ก็เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอุปกรณ์ในการดับเพลิงรถ EV มีมูลค่าค่อนข้างสูง และต้องการการ Training ที่เป็นพิเศษ เราจึงเปิดให้บริการใหม่ EXAT Rescue Training Center” นี้ขึ้น โดยในระยะแรกจะเริ่มดำเนินการกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น คู่สัญญาสัมปทานอย่าง BEM ในระยะต่อไปจะขยายไปยังดอนเมืองโทลล์เวย์ หน่วยงานและองค์กรอื่นๆ รวมถึงภาคประชาชนด้วย เราเชื่อว่านี่เป็นจุดเริ่มต้น เป็นก้าวแรกของการทางฯ ในการให้ความรู้และการบริการด้วยค่าบริการที่คุมอยู่ในต้นทุนของการทางฯ พร้อมกับมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและรายได้ ยังมีโครงการให้บริการตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine Project) ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กทพ. และ เต่าบิน โดยให้บริการที่ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษของ กทพ. จำนวน 7 ด่าน ดังนี้ ด่านฯ ดินแดง ด่านฯ บางนา ด่านฯ อาจณรงค์ ด่านฯ อาจณรงค์ 3 ด่านฯ พระราม 9-2 ด่านฯ บางแก้ว 1 และ ด่านฯ บางครุ 1 อีกด้วย










