
PEA ครบรอบ 66 ปี ขับเคลื่อนพลังงานอนาคต เปิดยุทธศาสตร์ 10 ปี สู่ผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ เผยอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้ารองรับเศรษฐกิจเติบโต เชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียน พร้อมเปลี่ยนผ่านเป็นระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์และคาร์บอนต่ำ ขับเคลื่อนองค์กรด้วย Data AI
วันนี้ (7 กันยายน 2569) นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นประธานการแถลงข่าวเนื่องในโอกาสวันสถาปนาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ครบรอบ 66 ปี ภายใต้แนวคิด “66 ปี แห่งความไว้วางใจ กฟภ. เติมพลังให้ทุกชีวิต” (66 Years of Trust PEA Powering Every Life) ณ สำนักงานใหญ่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยมีคณะผู้บริหาร พนักงาน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน

นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่า ตลอด 66 ปี PEA ทำหน้าที่จัดหาและให้บริการไฟฟ้าแก่ประชาชน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม ปัจจุบันกำลังก้าวสู่บทบาท “ผู้ให้บริการพลังงานแห่งอนาคต” ด้วยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล AI นวัตกรรม และพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับระบบไฟฟ้าและบริการให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภาคพลังงาน
PEA ยกระดับระบบจำหน่ายสู่ Smart Grid และ Grid Modernization เพื่อรองรับ Solar Rooftop รถยนต์ ไฟฟ้า (EV) Data Center และพลังงานหมุนเวียน โดยติดตั้ง Smart Meter และใช้ AI เป็นสมองพยากรณ์จัดการแบบเรียลไทม์ และอัปเกรดโครงข่ายรับไฟสองทางและบูรณาการระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงข่าย รวมถึงปรับปรุงโครงข่ายรองรับโหลดใหญ่และขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Direct PPA และการเชื่อมต่อพลังงานสะอาด รวมถึงบริหารจัดการพื้นที่ขยายขีดความสามารถหม้อแปลงเพื่อป้องกันระบบโอเวอร์โหลดจากการกระจุกตัวของยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

นายมงคล กล่าวด้วยว่า PEA ได้กำหนดยุทธศาสตร์ช่วงปี 2570-2574 แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ช่วงปี 2570-2571 (Stronger Digital and Green Grid) ดำเนินการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียน และความต้องการใช้ไฟฟ้ารูปแบบใหม่ วางรากฐานการเติบโตใหม่ ผ่านการขยายบริการด้านพลังงาน การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ และการสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เสริมความพร้อมองค์กรด้วย Digital,AI และการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
ช่วงปี 2572-2574 (Smart Energy Solution and Shaper of Energy Transition) เตรียมส่งมอบโซลูชั่นพลังงานแบบบูรณาการ เพื่อสนับสนุนทุกกลุ่มภาคธุรกิจ ชุมชน และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์และคาร์บอนต่ำ สร้างและต่อยอดแหล่งการเติบโตใหม่ ผ่านธุรกิจพลังงานนวัตกรรม แพลตฟอร์มดิจิทัลและความร่วมมือใน ecosystem ขับเคลื่อน Enterprise Transformation ด้วย Data AI และ Intelligent Operations เพื่อเพิ่ม Productivity และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เสริมพลังขับเคลื่อนสู่ Energy Transition และ Grid Decentralization ผ่านการลงทุน โครงข่าย บริการด้าน Flexibility และการบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเชิงรุก

ช่วงปี 2575-2580 (Sustainable Energy utility for ALL) PEA เป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไทย และเป็น Shaper Partner ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และบริการพลังงานที่มั่นคง อัจฉริยะ และยั่งยืน สร้างมูลค่าระยะยาวผ่านพอร์ตธุรกิจที่หลากหลายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และก้าวสู่การเป็น Learning Enterprise และเป็นองค์กรสมรรถนะสูง ขับเคลื่อนด้วย Data AI และบุคลากร เพื่อส่งมอบคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ลูกค้า เศรษฐกิจ และสังคม
นอกจากนี้ PEA อยู่ระหว่างดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างการจัดหาไฟฟ้าให้กลุ่มบ้านในพื้นที่ห่างไกลด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์พ้อมระบบกักเก็บพลังงาน 4 กลุ่มบ้านช่วงปี 2569-2570 งบประมาณ 75 ล้านบาท
ดำเนินโครงการโซลาร์ชุมชน เป้าหมายรับซื้อรวมเกิน 1,500 เมกะวัตต์ ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ อัตรารับซื้อ FiT 2.1679 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 25 ปี โดยใช้วิธีคัดเลือกด้วยเกณฑ์คะแนนคุณภาพ (Competitive Scoring) ซึ่งครม.อนุมัติให้บริษัทในเครือของ กฟภ. และกฟน.สามารถเข้าร่วมทุนกับเอกชนที่ได้คัดเลือกในพื้นที่รับผิดชอบได้ สัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10

โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้พื้นที่เกาะต่างๆ ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ จำนวน 11 เกาะ ได้แก่ เกาะช้าง เกาะพยาม เกาะไม้ไผ่ เกาะโหลน เกาะหมากน้อย เกาะปอ เกาะกระเต็น เกาะฮั่ง เกาะหลีเป๊ะ เกาะขามใหญ่ และเกาะจิก ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจ และศึกษาความเหมาะสม จำนวน 9 เกาะ รอความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 เกาะ เพื่อขยายการให้บริการพลังงานไฟฟ้าให้ประชาชนบนเกาะ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มขีดความสามารถบนเกาะต่างๆ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน วงเงิน 6,135 ล้านบาท
นอกจากนี้ PEA ได้นำ AI มาประยุกต์ใช้ภายใต้แนวคิด “AI GOES” ครอบคลุมการบริหารโครงข่าย การปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาธุรกิจ และบริการประชาชน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดขั้นตอน และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ
PEA ขยายระบบไฟฟ้าให้ครอบคลุมครัวเรือนและพื้นที่ทำกิน สนับสนุนคุณภาพชีวิตและโอกาสทางเศรษฐกิจ สำหรับพื้นที่ห่างไกลใช้ Solar Energy ร่วมกับ BESS เป็นทางเลือกในการจัดหาไฟฟ้า เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงพลังงานอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

รวมถึงการพัฒนา Energy Trading Platform (ETP) และ TPA Platform เพื่อรองรับการซื้อขายพลังงานสะอาดและการใช้โครงข่ายในรูปแบบใหม่ โดยคำนึงถึงความโปร่งใส เป็นธรรม และประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า และการให้บริการผ่าน PEA Smart Plus และ PEA e-Service ช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าจัดการบริการได้ง่ายผ่านช่องทางดิจิทัล ตั้งแต่ชำระค่าไฟ ยื่นคำร้อง ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้า รับ e-Bill/e-Receipt การแจ้งเตือน ตลอดจนบริการด้าน Solar Rooftop และยานยนต์ไฟฟ้า
PEA วางเป้าหมายจาก Digital and Green Grid สู่ Smart Energy Solution และ “Sustainable Energy Utility for ALL” มุ่งสร้างระบบพลังงานที่มั่นคง สะอาด มีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และจะต่อยอดความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชน ด้วยเทคโนโลยี Smart Grid, AI พลังงานสะอาด และนวัตกรรม เพื่อให้พลังงานไฟฟ้าเป็นมากกว่าความสว่าง แต่เป็นพลังที่สร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต และเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทย



