Tuesday, 29 September 2026 - 6:20 pm
spot_img
Tuesday, 29 September 2026 - 18:20
spot_img

“วิริยะประกันภัย” เร่งเครื่อง Non-Motor โตทะลุเป้าแตะ 6,000 ล้านบาท ลุ้นสัดส่วนพุ่ง 20% ในอนาคต

“วิริยะประกันภัย” เผยผลงาน Non-Motor ครึ่งปีแรก 2569 โตแรง 18% สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้และขยายตัวมากกว่าตลาด เดินหน้าปรับเป้าหมายเบี้ยทั้งปีแตะ 6,000 ล้านบาท ขณะที่ PA โต 42% จากแรงหนุน Motor Add-on ด้านประกันทรัพย์สินโต 11% พร้อมรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด Carrier Liability ด้วยส่วนแบ่ง 55%

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยกลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ หรือ Non-Motor ไว้ที่ 5,700 ล้านบาท แต่ผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมาเติบโตได้ดีกว่าเป้าหมาย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกที่ขยายตัวถึง 18% สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 10% และเติบโตมากกว่าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวประมาณ 3% จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทฯ คาดว่าเบี้ยประกันภัย Non-Motor ในปี 2569 จะสามารถแตะระดับ 6,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 5,700 ล้านบาท และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13% ของเบี้ยประกันภัยรวมของบริษัทฯ ที่อยู่ราว 40,000 ล้านบาท

“เรามองว่าในอนาคตอันใกล้ธุรกิจประกันภัย Non-Motor ของวิริยะฯ มีโอกาสขยายสัดส่วนเพิ่มขึ้นแตะ 20% หรือมีมูลค่าเกือบ 10,000 ล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูลและยกระดับการให้บริการเป็นหลัก มากกว่าการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เนื่องจากผลิตภัณฑ์หลักๆ ได้เปิดตัวไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ดังนั้น ปีนี้จึงมุ่งเน้นการผลักดันและกระตุ้นการขายผลิตภัณฑ์เดิมที่มีอยู่ โดยเชื่อมั่นในศักยภาพของเครือข่ายตัวแทนที่มีเกือบ 2,000 คน จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตได้” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ วิริยะประกันภัย กล่าว

สำหรับประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตประมาณ 42% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากผลิตภัณฑ์ประกันภัยเสริมรถยนต์ หรือ Motor Add-on ซึ่งเติบโตสูงถึง 89% กลุ่มประกันภัยทรัพย์สิน หรือ P&C ซึ่งรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ยังคงมีแนวโน้มเติบโตดี โดยครึ่งปีแรกขยายตัว 11% สูงกว่าตลาดที่เติบโตประมาณ 3.5% โดยเฉพาะประกันภัยกลุ่มขนส่งหรือโลจิสติกส์ Carrier Liability ซึ่งบริษัทยังคงครองอันดับ 1 ของตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 55%

นอกจากนี้ กลุ่มประกันภัยบ้านและที่อยู่อาศัยมีการเติบโตมากกว่า 29% มีเบี้ยประกันภัยเกือบ 100 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากความตื่นตัวด้านการบริหารความเสี่ยงหลังเกิดเหตุการณ์อุทกภัยและแผ่นดินไหว ขณะที่ประกันภัยสำหรับกลุ่ม SME ซึ่งช่วยตอบโจทย์ความเสี่ยงจากเหตุเพลิงไหม้และภัยต่างๆ ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยกลุ่มประกันวินาศภัยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 20%

spot_img

LATEST NEWS