
พลังงานไทยต้องพึ่งพาตัวเอง ส่องแผนรุกเปิดแปลงสำรวจ L1/66–L3/66 ขนาบข้างสินภูฮ่อม ที่คาดว่าจะสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศกว่า 60,000 ล้านบาท พร้อมผลักดันพลังงานสะอาดให้ประชาชนจับต้องได้

วันนี้ (พฤศจิกายน 2569) วิกฤติพลังงานโลกยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8 และเชื้อเพลิงนำเข้ายังมีราคาสูงและผันผวน รัฐบาลจึงเร่งสร้างความมั่นคงจากพลังงานที่ผลิตได้เองในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ B20 และ E20 ที่ยอดใช้ขยับเป็นกว่า 9 ล้านลิตร/วัน ช่วงสิ้นเดือนตุลาคม ช่วยหนุนราคาผลปาล์มเกษตรกรไทยให้ขยับขึ้นแตะ 8.50 บาท/กก. และโครงการโซลาร์ภาคประชาชน วันนี้กระทรวงพลังงานขยายแนวทางนี้ลงไปถึง “ใต้แผ่นดิน” ด้วยการเร่งเปิดแหล่งก๊าซธรรมชาติบนบกแห่งใหม่ในภาคอีสาน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานและกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เดินทางเป็นประธานในงานประกาศผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 แก่บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานหลุมผลิต ดี ของแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม บนภูฝอยลม จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งปิโตรเลียมบนบกสำคัญของภาคอีสาน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า “ในภาวะที่โลกแย่งกันซื้อพลังงาน ก๊าซทุกลูกบาศก์ฟุตที่เราผลิตได้จากแผ่นดินอีสาน คือก๊าซที่ประเทศไม่ต้องไปแข่งซื้อในตลาดโลกที่ราคาผันผวน รัฐบาลจะไม่รอให้วิกฤติผ่านไปเอง แต่จะเร่งเปิดทุกแหล่งพลังงานในประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งบนดิน ใต้ดิน และบนหลังคาบ้านประชาชน”

สำหรับแปลง L1/66 และ L3/66 อยู่ติดกับโครงการสินภูฮ่อม หากพบแหล่งก๊าซเชิงพาณิชย์ จะเชื่อมเข้าโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ทันที ไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด จึงลดทั้งเวลาและต้นทุนพัฒนาแหล่ง ในระยะแรกจะสำรวจด้วยการวัดคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Acquisition) และเจาะหลุมสำรวจ ใช้เวลาประมาณ 3 ปี

ฐานหลุมผลิต ดี เพิ่งเริ่มผลิตเมื่อ 12 สิงหาคม 2569 ก๊าซจะส่งผ่านท่อไปยังสถานีผลิตกลางที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนป้อนเป็นเชื้อเพลิงหลักให้โรงไฟฟ้าน้ำพอง
ทั้งนี้ การเปิดสำรวจและผลิตแหล่งปิโตรเลียมดังกล่าว ด้านความมั่นคงจะเพิ่มก๊าซในประเทศป้อนโรงไฟฟ้าน้ำพอง รองรับความต้องการไฟฟ้าของภาคอีสานต่อเนื่องอีก 25 ปี

ด้านรายได้รัฐ หากสำรวจพบแหล่งที่พัฒนาได้ ทั้งโครงการ L1/66, L3/66 และสินภูฮ่อม คาดสร้างรายได้ให้รัฐกว่า 60,000 ล้านบาท ผ่านค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียม โดยก้อนแรกรัฐได้รับแล้ววันนี้ คือเงินตอบแทนการลงนามสัมปทาน (Signature Bonus) 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100 ล้านบาท (แปลงละราว 50 ล้านบาท) นำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
ด้านเศรษฐกิจ ดึงการลงทุนสำรวจราว 2,000 ล้านบาท สร้างงานและรายได้ในพื้นที่และธุรกิจต่อเนื่อง

หากการสำรวจประสบความสำเร็จ แหล่งก๊าซใหม่นี้จะเป็นฐานพลังงานที่หล่อเลี้ยงไฟฟ้าของภาคอีสานไปอย่างน้อยอีก 25 ปี ควบคู่กับพลังงานจากแสงแดดและพืชผลของเกษตรกรไทย เพื่อให้ประเทศยืนได้ด้วยพลังงานของตัวเอง ไม่ว่าโลกจะผันผวนเพียงใด

