
“บี.กริม เพาเวอร์” ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569-2573 ทุ่มลงทุนกว่า 7 หมื่นล้านบาท เน้นพลังงานหมุนเวียนเกือบ 100% ภายใต้กลยุทธ์ “GreenLeap – Global and Green” โดยเดินหน้าขยายการลงทุนร่วมกับพันธมิตรชั้นนำทั่วโลก เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจและสังคมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เผยมีความพร้อมจ่ายไฟฟ้าสีเขียวป้อนดาต้าเซ็นเตอร์ 300 เมกะวัตต์
“บี.กริม เพาเวอร์” องค์กรที่อยู่เคียงคู่สังคมไทยมายาวนานกว่า 148 ปี จากรากฐานปรัชญาการดำเนินธุรกิจด้วยความ โอบอ้อมอารี เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมในหลายมิติ อาทิ การศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรม ควบคู่การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่ปี 2558 และการต่อยอดสู่ธุรกิจตาต้าเซ็นเตอร์ในปี 2568 และในปี 2569 ได้มีแผนการลงทุนในโครงการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในช่วงปี 2569-2573 รวมกว่า 70,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนพลังงานหมุนเวียนด้วย

โดยดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ระยะยาว “GreenLeap – Global and Green” ซึ่งได้นำเอาวิสัยทัศน์ “สร้างพลังให้กับสังคมโลกด้วยความโอบอ้อมอารี” (Empowering the World Compassionately) และ ค่านิยมองค์กร ของ บี.กริม เพาเวอร์ มาประยุกต์เป็นแนวทางของ GreenLeap ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อมุ่งสู่ตลาดพลังงาน ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป
ปัจจุบันมีกำลังการผลิตรวมราว 4.6 กิกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนประมาณ 37% สะท้อนการเปลี่ยน ผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งได้ตั้งเป้าหมายปี 2573 มุ่งเป็นผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลกที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% และกำลังการผลิตรวม 10 กิกะวัตต์ จากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา พร้อมเดินหน้าสู่ องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์สุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-Zero Carbon Emissions ภายในปี 2593
“จากแนวทางในการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี ตลอด 148 ปี พร้อมกับกล ยุทธ์ที่วางไว้ บี.กริม พร้อมเดินหน้าเติบโตสู่องค์กรชั้นนำระดับโลก ก้าวสู่ความสำเร็จและขยายธุรกิจไปในหลายประเทศทั่วโลก ผลักดันให้ต่างประเทศเห็นถึงศักยภาพของคนไทย และช่วยนำพาธุรกิจ และพันธมิตรทุกคนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.ฮาราลด์ ลิงค์

ด้านนายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า ภายใต้กลยุทธ์ “GreenLeap -Global and Green” ที่มุ่งขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก สิ่งสำคัญคือ ความสามารถในการส่ง มอบ ทำให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราขยายพลังงานหมุนเวียน โดยยึดวินัยการลงทุนและการบริหารโครงการเป็นหลัก ปัจจุบันเรา มี 1.7 กิกะวัตต์ที่เดินเครื่องแล้ว และมีโครงการในหลายตลาดที่สะท้อนความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม เราเร่งการเติบโตเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระดับภูมิภาคและระดับโลก
บี.กริม เพาเวอร์ เน้นย้ำความคืบหน้าในตลาดเอเชียแปซิฟิก โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือโครงการพลังงานลมนอก ชายฝั่งในประเทศเกาหลีใต้ Nakwol 1 ขนาด 365 เมกะวัตต์ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างในเขตชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ และ คาด ว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในปีนี้ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์พลังงานลมของประเทศเกาหลีใต้ อีกหนึ่งก้าวสำคัญ ของการลงทุนในสหรัฐอเมริกาคือการเข้าลงทุนในสัดส่วน 25% ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กำลังการผลิตรวม 406 เมกะวัตต์ เพื่อสร้างฐานรายได้ระยะยาวที่มั่นคง และกระจายความเสี่ยงเชิงภูมิศาสตร์ พร้อมเปิดโอกาสต่อยอดเพิ่มขีดความสามารถ ของสินทรัพย์ตามความเหมาะสมของตลาดพลังงาน

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า ในปี 2568 บี.กริม เพาเวอร์ประสบความสำเร็จในการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวมกว่า 542 เมกะวัตต์ ให้แก่ลูกค้าทั้งภายใน และภายนอกนิคมอุตสาหกรรม โดยเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนถึง 75% ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานยังยืนของ ไทย และในปีนี้ บี.กริม มุ่งมั่นยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยต่อยอดจากธุรกิจพลังงานเต็มเพื่อรองรับการเติบโตของตาดำเซ็นเตอร์และ AI
ล่าสุดได้ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าขนาด 100 เมกะวัตต์ร่วมกับผู้ให้บริการ เทคโนโลยีระดับโลก ตอกย้ำการส่งมอบโซลูชั่นพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ บริษัทยังรุกขยายตัว ด้วยโซลูชันที่มากกว่าไฟฟ้าผ่านโมเดล Digital Infrastructure-as-a-service (DlaaS) อาทิ การพัฒนาโครงการไฮเปอร์สเกล ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 96 เมกะวัตต์ อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนาแพลตฟอร์มพลังงานและ บริการดิจิทัลอุตสาหกรรม โดยร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมรองรับการ เปิดระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ในอนาคต
“บี.กรีม เพาเวอร์ ได้ร่วมกับพันธมิตร อมตะฯ ผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ลอยน้ำ ขนาด 42.5 เมกะวัตต์ เอาไว้รองรับกรีนดาต้าเซ็นเตอร์ 300 เมกะวัตต์ และล่าสุดบี.กริม เพาเวอร์ได้ประกาศมีความพร้อมในการจ่ายไฟฟ้าให้กับกลุ่มธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ โดยได้ลงนามในเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 100 เมกะวัตต์กับกลุ่ม NTT Date Center” นายนพเดช กล่าว

ส่วนนางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี บี.กริม เพาเวอร์ เปิดเผยว่า บี.กริม เพาเวอร์ ให้ ความสำคัญกับการจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน โดยวางแผนการลงทุนในโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในช่วงปี 2569-2573 รวมทั้งสิ้นกว่า 70,000 ล้านบาท ในขณะที่แผนการลงทุนเฉพาะส่วนทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ จำนวน 40,000-50,000 ล้านบาท จะเป็นพลังงานหมุนเวียนถึง 93%
ทั้งนี้ แหล่งที่มาของเงินลงทุนของ บี.กริม เพาเวอร์ จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การออกหุ้นกู้ เงินกู้ จากสถาบันการเงิน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การขายสินทรัพย์ที่มีศักยภาพ การจัดตั้งกองทุนรวม โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) และแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ตามความเหมาะสม


