
“เมืองไทยประกันชีวิต” ตอกย้ำบทบาทองค์กรประกันชีวิตชั้นนำของไทยที่ดำเนินธุรกิจเคียงคู่สังคมไทยมายาวนาน เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “Boost Your Happiness by Our People” มุ่งพัฒนาศักยภาพของคนในองค์กร ควบคู่กับการส่งมอบผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกช่วงชีวิต พร้อมบูรณาการแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และเศรษฐกิจ หรือ ESG เข้ากับกลยุทธ์องค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 (Sustainability Report 2025) บริษัทฯ จัดทำขึ้นตามกรอบการรายงานระดับสากล GRI หรือ Global Reporting Initiative ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพื่อสื่อสารแนวทางการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การดูแลลูกค้า การพัฒนาคนในองค์กร การรับผิดชอบต่อสังคม และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ในปี 2568 สังคมไทยให้ความสำคัญกับสุขภาวะเชิงป้องกันมากขึ้น ขณะเดียวกันประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ความคุ้มครองสุขภาพระยะยาว การวางแผนเกษียณ และการบริหารความเสี่ยงกลายเป็นเรื่องสำคัญของผู้บริโภค เมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล การบริหารความเสี่ยง และการพัฒนานวัตกรรม เพื่อส่งมอบความคุ้มครองและความมั่นคงให้แก่ลูกค้าตลอดช่วงชีวิต
ความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อม (Environment)
เมืองไทยประกันชีวิต ตั้งเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ เพื่อรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- บริษัทฯ ประกาศพันธสัญญาเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี พ.ศ. 2573
- อาคารของบริษัทฯ 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ สรรค์สาระ จังหวัดราชบุรี และอาคาร 66 Tower ได้รับรางวัลมาตรฐานอาคารอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมระดับสากล LEED ระดับ Gold สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ความสำเร็จด้านสังคม (Social)
บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพและชีวิต (Democratize Insurance) ควบคู่ไปกับการดูแลบุคลากร
- รองรับสังคมสูงวัย (Super-Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านกลยุทธ์ “SILVER Readiness by MTL” พร้อมเชื่อมโยงระบบนิเวศด้านสุขภาพ (Health Ecosystem) และเครือข่าย Nursing Home รวมถึงเปิดตัวโครงการสมาร์ท ซิลเวอร์ และสมาร์ท ซิลเวอร์ พลัส
- เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้สร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกด้วยฟีเจอร์ “Fit Rewards” บนแอปพลิเคชัน MTL Click ที่ให้ลูกค้านำคะแนนสุขภาพมาแลกรับส่วนลดเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุได้สูงสุดถึง 15%
- ส่งเสริมความรู้ทางการเงินด้วยการเปิดตัวระบบ “MTL Retirement Check” เครื่องมือช่วยคำนวณและวางแผนเงินทุนเพื่อการเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ
- ในด้านการดูแลพนักงาน บริษัทฯ ได้รับรางวัลองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด “Best Places to Work 2025” จาก WorkVenture และรางวัล “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
ความสำเร็จด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance)
บริษัทฯ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้วยความแข็งแกร่งทางการเงินและการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ
- เมืองไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในประเทศไทย ที่เข้าร่วมลงนามเป็นภาคีสมาชิกหลักการลงทุนที่รับผิดชอบระดับสากล (UN-Supported Principles for Responsible Investment: PRI)
- บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ที่มุ่งเน้น ESG ให้บรรลุ 16,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2571
- บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งทางการเงินระดับสูง โดยมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนมากกว่า 350% ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งสูงกว่าระดับที่กฎหมายกำหนดถึง 2.5 เท่า
- ได้รับการจัดอันดับความเสี่ยงด้าน ESG จาก Morningstar Sustainalytics ที่ระดับ 19.9 คะแนน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ (Low Risk)
- คว้ารางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด (Hall of Fame) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 จากสำนักงาน คปภ. ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในภาคธุรกิจประกันภัย
- ได้รับการต่ออายุสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย หรือ CAC ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและรับผิดชอบต่อสังคม
นอกจากนี้ ในด้านผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโตกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า หรือ NPS เพิ่มขึ้นจาก 75 เป็น 78 คะแนน อีกทั้งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ และจาก Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha)
“เมืองไทยประกันชีวิตจะยังคงบูรณาการแนวคิด ESG เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับการบริการและความเป็นมืออาชีพ ภายใต้ความมุ่งมั่นในการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าวางใจ เพื่อส่งมอบความสุข ความมั่นคง และคุณค่าระยะยาวแก่ทุกภาคส่วน และร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไป” นายสาระกล่าวสรุ


